ศาลแขวงสมุทรปราการสืบพยานคดี 'เนติวิทย์' อารยะขัดขืนไม่เข้าร่วมการบังคับเกณฑ์ทหาร โดยทำการสืบพยาน 2 วัน ระหว่างวันที่ 10-11 ก.ย. นี้ โจกท์ขอสืบพยาน 2 ปาก ในช่วงเช้าได้แก่ สัสดีผู้กล่าวหาและพนักงานสอบสวน ส่วนฝ่ายจำเลยขอสืบพยาน 5 ปาก อาทิ ส. ศิวรักษ์ นักเขียนอาวุโส, วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส. พรรคประชาชน และทศพล ทรรศนพรรณ นักวิชาการด้านกฎหมาย คดีย้อนกลับไปเมื่อปี 2567 เนติวิทย์ได้ไปที่หน้าหน่วยตรวจเลือก แต่ปฏิเสธที่จะร่วมจับใบดำใบแดง ด้วยเหตุผลทางมโนธรรม โดยยืนยันว่าการปฏิเสธเกณฑ์ทหารด้วยเหตุผลทางมโนธรรม (conscientious objection) เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ได้รับการรับรองในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน และระบบเกณฑ์ทหารในไทยเป็นต้นเหตุของการคอร์รัปชัน ความรุนแรง และการใช้อำนาจของกองทัพเกินขอบเขตมายาวนาน จึงขอต่อสู้ด้วยสันติวิธีอารยะขัดขืนไม่เข้าร่วมเกณฑ์ทหาร เพื่อนำไปสู่กองทัพที่โปร่งใสขึ้น และสังคมไทยที่เคารพเสรีภาพมากขึ้น
10 ก.ย. 2568 เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. ที่ศาลแขวงสมุทรปราการ ต.บางปูใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นักกิจกรรมทางสังคมวัย 28 ปี มีกำหนดจะให้การในคดีหมายเลขดำที่ อ.3118/2568 ที่เขาถูกฟ้องเป็นจำเลยในข้อหาหลีกเลี่ยงไม่เกณฑ์ทหารฯ ตาม พ.ร.บ.รับราชการทหาร พ.ศ. 2497 มาตรา 45 จากกรณีที่อารยะขัดขืนไม่เข้าร่วมกับการบังคับเกณฑ์ทหาร เหตุเกิดปี 2567 ที่สถานที่ตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ากองประจำการ เทศบาลตำบลบางปู ด้วยเหตุผลทางมโนธรรม (conscientious objection)
การสืบพยานมีกำหนดระหว่างวันที่ 10-11 ก.ย. 2568 อัยการโจกท์ขอสืบพยาน 2 ปาก ได้แก่ สัสดีผู้กล่าวหาและพนักงานสอบสวน ส่วนฝ่ายจำเลยขอสืบพยาน 7 ปาก ศาลจึงกำหนดให้สืบพยานในสองนัดดังกล่าว โดยช่วงเช้าวันนี้เป็นการสืบพยานโจทก์ทั้ง 2 ปาก
มีรายงานด้วยว่า วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อดีตประธานคณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร, ทศพล ทรรศนพรรณ อาจารย์นิติศาสตร์ ม.เชียงใหม่ และสุลักษณ์ ศิวรักษ์ นักเขียนอาวุโส วัย 93 ปี จะให้การเป็นพยานจำเลยในวันที่ 11 ก.ย. ด้วย
ข้อมูลจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 เม.ย. 2567 เนติวิทย์ได้เดินทางไปสถานที่ตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ากองประจำการประจำปี 2567 ที่เทศบาลตำบลบางปู จังหวัดสมุทรปราการ ก่อนอ่านแถลงการณ์อารยะขัดขืน ไม่เข้าร่วมกับการบังคับเกณฑ์ทหาร เนื่องจากขัดกับหลักสิทธิมนุษยชน ความเชื่อทางศีลธรรม ทั้งยังล้าสมัย ไม่มีประสิทธิภาพ และมีส่วนทำให้สังคมไทยไม่เป็นประชาธิปไตย และการไม่เข้าร่วมการเกณฑ์ทหารของเขานั้นเป็นสิ่งจำเป็นต้องทำ เพื่อสิทธิเสรีภาพของพลเมืองที่ดีขึ้น และเพื่อให้กองทัพที่เคารพสิทธิมนุษยชนอย่างเหมาะสมกับยุคสมัย
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ต่อมานายอำเภอเมืองสมุทรปราการจึงได้มอบหมายให้ พ.ท.กัมพล สังข์สาลี สัสดีอำเภอเมืองสมุทรปราการ มาแจ้งความร้องทุกข์ให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดี และเนติวิทย์ได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหา ที่ สภ.บางปู เมื่อวันที่ 8 พ.ย. 2567
วันที่ 22 พ.ค. 2568 พนักงานอัยการคดีศาลแขวงสมุทรปราการได้ยื่นฟ้องคดีนี้ต่อศาลแขวงสมุทรปราการ โดยสรุประบุว่า จำเลยได้หลีกเลี่ยงขัดขืนไม่มาให้คณะกรรมการตรวจเลือกทำการตรวจเลือกเข้ารับราชการกองประจำการตามหมายเรียก โดยไม่มีเหตุยกเว้นตามกฎหมาย อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.รับราชการทหาร พ.ศ. 2497 มาตรา 45 ซึ่งข้อหาดังกล่าวกำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี
วันดังกล่าว เนติวิทย์ยังแถลงการณ์ยืนยันผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “เมื่อปีที่ผ่านมา ผมได้ไปที่หน้าหน่วยตรวจเลือก แต่ปฏิเสธที่จะร่วมจับใบดำใบแดง ผมไม่ได้หลบหนี แต่เลือกที่จะไม่ร่วมมือกับระบบที่ผมไม่เชื่อถือ ด้วยเหตุผลทางมโนธรรม ผมขอยืนยันการปฏิเสธข้อกล่าวหา
"การปฏิเสธเกณฑ์ทหารด้วยเหตุผลทางมโนธรรม (conscientious objection) เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ได้รับการรับรองในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ประชาชนไม่ควรถูกบังคับให้เข้าร่วมในระบบที่ฝึกฝนความรุนแรงหรือขัดต่อความเชื่อส่วนบุคคล
“ตลอดประวัติศาสตร์ มีผู้คนมากมายลุกขึ้นปฏิเสธการเกณฑ์ทหารด้วยจิตสำนึกทางศีลธรรม หนึ่งในนั้นคือ มูฮัมหมัด อาลี ตำนานนักมวยผู้ประกาศอย่างกล้าหาญว่า ‘ผมไม่มีเรื่องอะไรกับพวกเวียดกง’ เขาสูญเสียตำแหน่งแชมป์โลก และถูกจำคุก แต่จุดยืนของเขาได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้คนทั้งโลก
“ในหลายประเทศ เช่น เกาหลีใต้ เยอรมนี อิสราเอล และอีกมากมาย มีผู้ปฏิเสธการเกณฑ์ทหารอย่างสันติและยอมแลกด้วยเสรีภาพส่วนตัว พวกเขาคือแรงบันดาลใจของผม
“ระบบเกณฑ์ทหารในไทย เป็นต้นเหตุของการคอร์รัปชัน ความรุนแรง และการใช้อำนาจของกองทัพเกินขอบเขตมาช้านาน ผมเชื่อว่าการต่อสู้ด้วยสันติวิธีครั้งนี้จะนำไปสู่กองทัพที่โปร่งใสขึ้น และสังคมไทยที่เคารพเสรีภาพมากขึ้น”
ในนัดตรวจพยานหลักฐานเมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2568 ที่ผ่านมา เนติวิทย์ยืนยันให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา ยืนยันว่าว่าเขาใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายระหว่างประเทศในการปฏิเสธการเกณฑ์ทหารด้วยมโนธรรม
